Cesare และ Alfredo Bergamini ตกปลาไหลในแม่น้ำ Tiber River มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2490 ตอนนี้ เขาทั้ง 2 คน มีอายุ 78 และ 81 ปีแล้ว พวกเขาได้เรียนรู้อาชีพนี้จากคุณตาของพวกเขาในกรุงโรมหลังยุคสงคราม พวกเขาได้แบ่งปันน้ำและปลาไหลกับชาวประมงคนอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก แต่การลดลงของจำนวนปลาไหลที่เกิดจากมลพิษควบคู่กับการแสวงหาผลกำไร เป็นสาเหตุให้ความต้องการบริโภคปลาไหลหดตัวอย่างรวดเร็วจนพ่อค้าแม่ค้าและชาวประมงต้องเปลี่ยนไปค้าขายอย่างอื่นแทน

เมื่อไม่นานมานี้ที่ท่าเรือของพี่น้อง Bergamini ใน Mezzocamino ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโรม Cesare ได้เล่าถึงกิจวัตรประจำวันของเขาในขณะที่กำลังซ่อมมุ้งทำด้วยมือของเขา เขาออกไปในเรือบด (ที่ได้รับอนุญาตตามเงื่อนไขของกฎหมายทางน้ำ) เวลา 7.00 น. ทุกเช้าเพื่อตรวจสอบกับดักที่ทำด้วยมือที่มีช่องประมาณ 300 ช่อง ลักษณะเหมือนกรวย เขากล่าวว่าปริมาณของปลาไหลที่พวกเขาจับได้นั้นขึ้นอยู่กับระดับน้ำ และสัปดาห์ที่ผ่านระดับน้ำของแม่น้ำ Tiber River ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เมตร เนื่องจากฝนตกหนัก ซึ่งหมายความว่า Cesare ไม่สามารถวางอวนไว้ได้และไม่สามารถจับอะไรได้เลย

จากประสบการณ์หลายสิบปีที่ผ่านมา Cesare พบว่าการลากอวนของเขาในวันที่อากาศดีจะทำให้เขาได้ปลาไหลติดอวนหลายร้อยกิโลกรัม ในขณะที่วันนี้ จำนวนปลาไหลในแม่น้ำ Tiber River กลับลดลงอย่างรุนแรง Cesare อธิบายว่าปลาไหลที่เขาจับได้มีสุขภาพดีและสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพของแม่น้ำ Tiber ได้ แต่การใช้สารที่มีฤทธิ์เป็นกรดทำให้จำนวนปลาไหลลดลงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ เขาครุ่นคิดเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมระบบนิเวศน์นี้ ในขณะที่กำลังชุนตาข่ายด้วยเข็มแบบพื้นบ้าน “มันเป็นการกระทำความผิดที่ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำหลายสายทีเดียว” เขาอธิบาย เขาชี้ไปที่เขื่อนที่พังลงมาเนื่องจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล หน่วยงานท้องถิ่นของรัฐก็พยายามบำรุงรักษาเขื่อน แต่กลับสร้างผลกระทบด้านลบต่อระบบนิเวศของแม่น้ำ เนื่องจากมิได้ปรึกษากับชาวบ้านท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้ที่รู้จักแม่น้ำดีที่สุด เรื่องราวของแม่น้ำ Tiber River จึงเป็นเรื่องเล่าซ้ำๆที่เกิดขึ้น เนื่องจากการเอาเปรียบระบบธรรมชาติ และประชาชนท้องถิ่น อีกทั้งความสมดุลของแม่น้ำยังคงถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง โดยมีสองพี่น้องตระกูล Bergamini และปลาไหลของพวกเขาที่ยังคงอยู่รอด และเป็นพยานต่อความเป็นจริงที่รุนแรงและโหดร้ายนี้