ที่มา : Josh Smythe (http://dancemusicnw.com/wtf-is-edm/edm-electronicdancemusic/)

เฮลโล่ เอฟวรี่บอดี้! สวัสดีทุกคน วันนี้ทางทีมงานเกซโฮเทลจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับแนวดนตรี EDM และ Techno House กับครับ เพื่อนๆคนไหนเป็นนักท่องเที่ยวสายตี๊ด ก็คงเคยได้ยินแนวเพลงนี้กันมาบางแล้ว แต่วันนี้เราจะลงลึกไปในรายละเอียดของต้นกำเนิดของแนวเพลงสายนี้กันนะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย!

ก่อนอื่นเรามาเริ่มจากความหมายของ EDM กันนะครับ โดย EDM เป็นคำย่อที่ย่อมาจากคำว่า Electronic Dance Music ซึ่งเป็นชื่อเรียกของแนวดนตรีที่มีซาวด์เอฟเฟ็คที่ให้ความรู้สึกสนุกสนาน ครื้นเครง จนอยากลุกขึ้นมาเต้นกันเลย ส่วนแนวเพลงในสายนี้อาจพูดได้ว่าเป็นเพลงสายตี๊ด แบบที่วัยรุ่นเรียกๆกับก็คงไม่ผิดนัก เหล่าดีเจทั้งหลายก็นิยมเปิดเพลงแนว EDM ในงานปาร์ตี้ ในไนท์คลับและผับต่างๆ เพื่อกระตุ้นอารมณ์ของผู้ร่วมงานให้ออกมาเต้นกันอย่างสนุกสนาน จนในปัจจุบันแนวเพลง EDM ก็เป็นแนวเพลงอีกแนวหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในงานปาร์ตี้ส่วนใหญ่เสียแล้ว และเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่นชาวยุโรป จนมีการตั้งชื่อเล่นให้เพลงตระกูลนี้ว่า “แดนซ์” หรือ “แดนซ์มิวสิค” กันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของ EDM นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะ EDM นั้นเกิดขึ้นมาเพราะชาวผิวขาวในยุโรปไม่ค่อยอยากเล่นดนตรี ในแนวเพลงของคนผิวสี จึงได้คิดค้นแนวดนตรีที่มีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากแนวเพลงในยุค 70 – 80 ซึ่งแนวดนตรีที่เป็นที่นิยมในยุคนั้นได้แก่ Soul, Funk, Disco ซึ่งเป็นแนวดนตรีของคนผิวสี

เพลงแนวนี้เกิดขึ้นมาจากปาร์ตี้ในโกดังแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมมาก จนคนยุคแรกเริ่มนิยมเรียกแนวดนตรีนี้ว่า  HOUSE MUSIC ซึ่งไม่ใช่ชื่อเรียกแบบเป็นทางการ แต่เป็นชื่อเรียกเล่นๆที่ตั้งตามสถานที่ให้กำเนิดการเล่นดนตรีแนวนี้ ซึ่งก็คือโกดังหรือบ้านนั่นเอง การเล่นดนตรีและการจัดปาร์ตี้ก็ยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งโกดังดังกล่าวถูกเผาโดยพวกหัวรุนแรง กระแสความนิยมจึงแรงขึ้นจนเข้าไปในอเมริกา แตกยอดเป็นแนวย่อยต่าง ๆ อาทิ Electro House, Drum & Bass, Trance,  เทคโนดั๊บสเตป, และแนวย่อยอื่น ๆ จนมาถึงยุคนี้

นอกจากนี้ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 และต้นทศวรรษที่ 1990 มีการเกิดขึ้นของดนตรีเรฟกระจายตามคลื่นวิทยุ ทำให้ผู้คนให้ความสนใจในวัฒนธรรมแดนซ์ EDM เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นแนวเพลงกระแสหลักในยุโรป อย่างไรก็ตามแม้ว่าเพลงแนว EDM จะมีความสำเร็จในช่วงกลางถึงปลายยุค 1990  แต่วัฒนธรรมดนตรีแดนซ์ดังกล่าวได้ถูกมองว่าไม่เป็นสากล และสวนทางกับเพลงกระแสหลักในช่วงเวลานั้นด้วย อีกทั้ง EDM มักจะมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมยาเสพติด รัฐบาลแต่ละรัฐและเมืองต่าง ๆ จึงต้องประกาศออกกฎหมายเพื่อปราบปรามและลดจำนวนวัฒนธรรมเรฟลงอย่างไรก็ตามในช่วงต้นทศวรรษที่ 2010 คำว่า “electronic dance music” และ “EDM” ได้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง เนื่องจากคำดังกล่าวถูกใช้เพื่อสร้างจุดขายให้กับวงการเพลงอเมริกา สื่อมวลชนต่างๆพยายามที่จะเปลี่ยนโฉมวัฒนธรรมเรฟของอเมริกาใหม่ ซึ่งทำให้ความหมายของคำว่าว่า “electronic dance music” หมายรวมไปถึงดนตรีสายแดนซ์แนวย่อย ที่ถือว่าเป็นลูกหลานของ EDM ที่ได้รับความนิยมตามมาในภายหลังอีกด้วย ซึ่งได้แก่ เฮาส์เทคโนแทรนซ์ดรัมแอนด์เบสดั๊บสเตป, และแนวย่อยอื่น ๆ

ตัวอย่างเพลงแนว EDM: https://www.youtube.com/watch?v=Uc_FppDmERI

มาต่อกันที่ดนตรีแนวเฮาส์กันเลย!

https://marinis57.com/bymarinis/wp-content/uploads/2016/03/storybanner_housemusic-770×365.jpg

          เฮาส์ (อังกฤษ: House music) เป็นแนวเพลงหนึ่งของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ เกิดในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 โดยมีต้นกำเนิดมาจากเมืองชิคาโก  รัฐอิลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา แรกเริ่มเดิมทีเป็นที่นิยมในดิสโก้เทคสำหรับชาวแอฟริกัน-อเมริกัน, ละตินอเมริกันและสังคมเกย์ในสมัยกลางทศวรรษที่ 1980 ที่เมืองชิคาโก ต่อมาจึงกระจายความนิยมไปยังนิวยอร์กนิวเจอร์ซีย์ดีทรอยต์และไมอามี จนกระทั่งถึงยุโรปก่อนจะมีบทบาทสำคัญแก่แนวเพลงป็อปและเพลงแดนซ์ทั่วโลก

แนวดนตรีเฮาส์ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากองค์ประกอบของดนตรีโซลและฟังก์ในช่วงกลางยุค 1970 เฮาส์มีลักษณะโดดเด่นในการนำเอาการเคาะเพอคัสชั่น (percussion) แบบดิสโก้มาใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ดรัมเบสในทุก ๆ บีต (beat) แล้วพัฒนาเป็นแนวดนตรีแนวใหม่โดยผสมไลน์เบสของเครื่องสังเคราะห์เสียงอิเล็กทรอนิก, กลองอิเล็กทรอนิก, เอฟเฟกต์อิเล็กทรอนิก ,แซมเปิลฟังก์และป็อป รวมไปถึงการใช้เสียงก้องและเสียงร้องดีเลย์

          ส่วนดนตรีแนวเทคโน (อังกฤษ: techno) ก็เป็นดนตรีอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกย่อยมาจากดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ที่เกิดขึ้นในดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ในสหรัฐอเมริกา ในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1980 คำว่า techno ได้ถูกจัดเป็นแนวดนตรีครั้งแรกในปี 1988 แม้ว่าเทคโนจะมีแนวย่อยที่แตกออกไปอีกหลายแนว แต่ดีทรอยต์เทคโนนั้นถือเป็นรากฐานที่สำคัญของแนวเพลงเทคโนเป็นอย่างมาก

ครัฟท์แวร์ค (Kraftwerk) ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/เทคโน

          แรกเริ่มเทคโนได้รวมดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในสไตล์ของศิลปินเช่น ครัฟท์แวร์ค (Kraftwerk) จอร์โจ มอโรเดร์ (Giorgio Moroder) และ เยลโลแมจิกออร์เคสตรา (Yellow Magic Orchestra) พร้อมกับแนวเพลงแอฟริกันอเมริกัน รวมทั้ง ฟังก์ อิเล็กโทร ชิคาโกเฮาส์ และอิเล็กทริกแจ๊สเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้เพลงแนวเทคโนยังมีอิทธิพลในรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีอิทธิพลต่เนื้อหาในหนังสือ The Third Wave (เดอะเธิร์ดเวฟ) โดย อัลวิน ทอฟเลอร์ (Alvin Toffler) รวมไปถึงการมีอิทธิพลต่อบทเพลงที่ไม่มีตัวตนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในอเมริกาในปลายยุคสังคมทุนนิยม

          โปรดิวเซอร์เพลงผู้บุกเบิก วาน แอตกินส์ (Juan Atkins) กล่าวถึง ถ้อยคำ “เทคโนเรเบลส์” (techno rebels) ของทอฟเลอร์ว่า ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาได้ใช้คำ เทคโน ที่จะอธิบายดนตรีสไตล์ที่เขาได้ช่วยสร้างไว้ และผสมผสานจนเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากแนวเทคโนกับสุนทรียะที่เรียกว่า อัฟโฟรฟิวเจอร์ริสม์ (afrofuturism)

โดยทั่วไปแล้วดนตรีแนวเทคโนจะบรรเลงดนตรีอย่างซ้ำๆและต่อเนื่อง จังหวะเสียงกลองส่วนใหญ่มักจะอยู่ในเวลาปานกลาง กลองเบสจะถูกตั้งค่าตามจังหวะโน้ตสี่ส่วน จังหวะเล่นย้อนหลังจะเป็นเสียงกลองเล็กหรือเสียงตบมือในจังหวะที่สองและสี่ของท่อน และมีการเปิดเสียงฉาบเพื่อการทำให้เกิดเสียงในทุกครั้งต่อวินาทีที่ท่อนแปด

ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผนวกเข้ากับเทคโนโลยี เช่น ดรัมแมชชีน เครื่องสังเคราะห์เสียงและดิจิทัลออดิโอเวิร์กสเตชัน ในการผลิตเพลงถูกมองว่าเป็นสิ่งสำคัญของสุนทรียะของเพลง โปรดิวเซอร์เพลงหลายคนได้ใช้ เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แบบย้อนยุคในการสร้างสิ่งที่พวกเขาคิดว่าจะเป็นซาวด์ประกอบเพลงเทคโน อาทิการใช้ดรัมแมชชีนในทศวรรษ 1980 เช่น ทีอาร์-808 ของโรแลนด์ และ ทีอาร์-909 ซึ่งมีราคาแพงมากและการเลียนแบบซอฟต์แวร์ย้อนยุคของเทคโนโลยีดังกล่าวได้แพร่หลายในหมู่โปรดิวเซอร์ด้วยกันในเวลาต่อมา

ตัวอย่างเพลงแนวเทคโน: https://www.youtube.com/watch?v=HCt3tqT_IZg

          เทคโนเฮาส์ หรือ เทคเฮาส์ คือการเอาองค์ประกอบของ Techno มาใส่ลงใน House นั้นเอง ซึ่งถ้าจะขยายให้เห็นภาพมากขึ้น..ก็คือการนำ Deep และ Minimal จากฝั่ง Techno บวกเข้ากับ Soulful และ Jazz แบบ House Style และที่พบบ่อยในระยะหลังๆมานี้ ก็คือ การนำเอาองค์ประกอบของ Dub เข้ามารวมด้วย..และบางครั้งก็จะเป็นการเน้นไลน์เบสที่ดุดัน แถมผสมบีทหนักๆ ด้วยคอร์ดและจังหวะของ Progressive House อีกด้วย (โดยปรกติแนว Tech House จะมีความยาวเพลงประมาณ 6-10 นาทีครับ) …สำหรับจุดกำเนิดของเฮาส์ชนิดนี้จะอยู่ที่อังกฤษครับ ประมาณกลางจนเกือบไปปลายยุค 90s แล้ว

ตัวอย่างเพลงแนวเพลงเทคโนเฮาส์:

[1] https://th.wikipedia.org/wiki/เทคโน

[2] https://th.wikipedia.org/wiki/เทคโน

[1] https://th.wikipedia.org/wiki/เฮาส์_(แนวดนตรี)#ผู้บุกเบิก

[2] https://th.wikipedia.org/wiki/เฮาส์_(แนวดนตรี)#ผู้บุกเบิก

[3] https://th.wikipedia.org/wiki/เทคโน

[1] https://www.sanook.com/men/12301/

[2] https://th.wikipedia.org/wiki/ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์

[3] https://www.sanook.com/men/12301/

[4] https://www.sanook.com/men/12301/

[5] https://th.wikipedia.org/wiki/ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์